ทอร์นาโดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และของโลก

ทอร์นาโดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และของโลก | RainViewer Blog

ทอร์นาโดคือลมหมุนในบรรยากาศที่ก่อตัวขึ้นในเมฆฝนหรือเมฆฝนฟ้าคะนอง มีลักษณะเป็นงวงเมฆที่มักยื่นลงมาจนถึงระดับพื้นดิน ทอร์นาโดเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงและสร้างความเสียหายได้อย่างมาก ทอร์นาโดส่วนใหญ่มีความเร็วลมไม่เกิน 100 ไมล์/ชม. แต่ลมหมุนบางลูกก็อาจเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 300 ไมล์/ชม.

ทอร์นาโดเกิดขึ้นได้ในทุกทวีปของโลก แต่ที่พบบ่อยที่สุดคือทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา สหรัฐฯ เผชิญกับทอร์นาโดที่รุนแรงกว่าประเทศอื่นใด ซึ่งหมายความว่าทอร์นาโดที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดก็เกิดขึ้นที่นี่ และสหรัฐฯ ยังเป็นแห่งเดียวในโลกที่ปรากฏการณ์เหล่านี้ถูกจัดอยู่ในระดับรุนแรงมาก คือระหว่าง EF4 ถึง EF5 ตามมาตราฟูจิตะปรับปรุงใหม่ (Enhanced Fujita Scale):

มาตราฟูจิตะปรับปรุงใหม่สำหรับทอร์นาโด

ประเภทระดับความเร็วลม (ลมกระโชก 3 วินาที)ความถี่โดยประมาณ% ของผู้เสียชีวิต
NOAABritannica
อ่อนEF065-8553%60-75%5%
EF186-11033%
แรงEF2111-1358.5%35%30%
EF3135-1652%
รุนแรงมากEF4166-200.46%2%65%
EF5201+.05%

ที่มาของตาราง: World Population Review

ในบทความนี้ เราจะพาไปดูทอร์นาโดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และของโลก

ทอร์นาโดไตรรัฐ (Tri State Tornado)

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: NOAA

ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตมหาศาล พายุลูกนี้จึงถือเป็นทอร์นาโดที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในสหรัฐอเมริกา และเส้นทางความยาว 218 ไมล์ที่พาดผ่านรัฐมิสซูรี อินดีแอนา และอิลลินอยส์ ก็เป็นเส้นทางทอร์นาโดที่ยาวที่สุดที่เคยมีการบันทึกไว้ ณ วันที่ 18 มีนาคม 1925 มีผู้เสียชีวิต 695 คน บาดเจ็บกว่า 2,000 คน และบ้านเรือนถูกทำลาย 15,000 หลัง ภัยพิบัติครั้งนี้คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในตอนใต้ของรัฐอิลลินอยส์ เมืองเล็ก ๆ หลายแห่ง (เช่น De Soto และ Parrish) ถูกทำลายจนราบเรียบ และบางชุมชนที่พังพินาศจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็ไม่เคยได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่อีกเลย

ในเวลานั้นยังไม่มีศูนย์พยากรณ์พายุที่มีประสิทธิภาพ ผู้คนจึงตั้งรับไม่ทัน นอกจากนี้ ทอร์นาโดที่เคลื่อนตัวเร็วมากลูกนี้ยังมีรูปลักษณ์ที่ผิดแปลกไปในบางช่วง พยานหลายคนบรรยายทอร์นาโดไตรรัฐว่าเหมือนหมอกไร้รูปร่างที่กลิ้งไปตามพื้น หรือเหมือนเมฆที่เดือดปุด ๆ อยู่บนพื้นดิน ทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่รู้สึกถึงอันตรายของทอร์นาโดที่ร้ายแรงที่สุดลูกนี้

ทอร์นาโดเกรตแนตเชซ (Great Natchez Tornado)

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: History Collection

พายุที่เมืองแนตเชซ รัฐมิสซิสซิปปี ถือเป็นทอร์นาโดลูกเดียวในสหรัฐอเมริกาที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่าผู้ได้รับบาดเจ็บ ทอร์นาโดลูกนี้ก่อตัวขึ้นในเดือนพฤษภาคม 1840 และเคลื่อนตัวตรงไปตามแม่น้ำมิสซิสซิปปี ทำให้ต้นไม้ทั้งสองฝั่งหักโค่น จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ที่ 109 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจริงอาจสูงกว่านี้มาก เพราะการเสียชีวิตของทาสไม่ได้ถูกนับรวมไว้ในบันทึกทางการ

ทอร์นาโดเดาลัตปุระ - สาตุเรีย (Daulatpur - Saturia Tornado)

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: TWC

ทอร์นาโดที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ คือลูกที่พัดถล่มบังกลาเทศเมื่อวันที่ 26 เมษายน 1989 บังกลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศที่เกิดทอร์นาโดค่อนข้างบ่อย เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ทอร์นาโดลูกนี้มีรัศมีประมาณ 1 ไมล์ เคลื่อนตัวเป็นระยะทาง 49 ไมล์ และส่งผลกระทบต่อเขตมานิกกันจ์ ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศในภูมิภาคธากา เมืองเดาลัตปุระและสาตุเรียได้รับผลกระทบหนักที่สุด พายุลูกนี้คร่าชีวิตผู้คน 1,300 คน และทำให้มีผู้บาดเจ็บ 12,000 คน

ทอร์นาโดลูกนี้รุนแรงถึงขนาดพัดบ้านเรือนของผู้คนในพื้นที่ชนบทของบังกลาเทศลอยขึ้นไปในอากาศและพังทลายได้อย่างง่ายดาย เมืองบางแห่งถูกทำลายจนหมดสิ้น และมีผู้ไร้ที่อยู่อาศัยมากถึง 80,000 คน

ทอร์นาโดมาดากันจ์ถึงมีร์ซาปูร์ (Madaganj to Mirzapur Tornado)

ลมหมุนที่น่าจดจำอีกลูกหนึ่งพัดถล่มบังกลาเทศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 1996 โดยเคลื่อนตัวจากเมืองมาดาร์กันจ์ทางตอนเหนือไปยังเมืองมีร์ซาปูร์ในตอนกลางของประเทศ มีผู้เสียชีวิตจากทอร์นาโดลูกนี้ประมาณ 700 คน หลายคนถูกลมหมุนยกลอยขึ้นไปในอากาศสูงราวหนึ่งไมล์ ภัยธรรมชาติครั้งนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและบ้านเรือนถึง 30,000 หลัง จำนวนผู้บาดเจ็บที่แน่นอนยังไม่เป็นที่ทราบ และเมื่อพิจารณาจากจำนวนผู้เสียชีวิต ทอร์นาโดลูกนี้ก็กลายเป็นลูกที่ร้ายแรงที่สุดอันดับสองในประวัติศาสตร์

ทอร์นาโดจอปลิน (Joplin Tornado)

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: KOMUnews, CC BY 2.0 , ผ่าน Wikimedia Commons

ทอร์นาโดลูกเดียวที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1947 เกิดขึ้นที่เมืองจอปลิน รัฐมิสซูรี เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2011 ทอร์นาโดลูกนี้ติดอยู่ใน 3 อันดับทอร์นาโดที่สร้างความเสียหายมากที่สุดในสหรัฐฯ ร่วมกับทอร์นาโดไตรรัฐและทอร์นาโดเซนต์หลุยส์ ความเร็วลมที่ศูนย์กลางสูงถึงเกือบ 200 ไมล์/ชม. มีผู้ได้รับบาดเจ็บในระดับความรุนแรงต่าง ๆ กว่า 900 คน ภัยพิบัติครั้งนี้ทำลายเมืองไปเกือบหนึ่งในสาม โดยอาคาร 2,000 หลังถูกทำลายจนสิ้น และอีก 8,000 หลังเสียหายอย่างหนัก เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ทางการรัฐมิสซูรียืนยันว่ามีผู้เสียชีวิตถึง 138 คน นอกจากนี้ยังเป็นทอร์นาโดที่สร้างความเสียหายทางการเงินสูงที่สุด คือ 2.8 พันล้านดอลลาร์

ทอร์นาโดแกรนด์ฮาร์เบอร์แห่งมอลตา (Grand Harbor of Malta Tornado)

เกาะมอลตามักถูกนึกถึงในฐานะจุดหมายของวันหยุดที่น่ารื่นรมย์ แสงแดด และท้องทะเล ไม่ใช่ความน่าสะพรึงกลัวและการทำลายล้าง แต่ปรากฏว่านรกก็เกิดขึ้นได้ในสวรรค์บนดินเช่นกัน อย่างเมื่อวันที่ 23 กันยายน 1551 หรือ 1556 (แหล่งข้อมูลต่าง ๆ ระบุปีไม่ตรงกัน) พายุลูกนี้ก่อตัวขึ้นเหนือทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเคลื่อนตัวเข้าหาอ่าวแกรนด์ฮาร์เบอร์ ในช่วงที่ทอร์นาโดอาละวาด เรือของคณะอัศวินแห่งมอลตาอย่างน้อยสี่ลำพลิกคว่ำ และอีกหลายลำเสียหายอย่างหนัก มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่ตัวเลขที่แน่นอนยังไม่เป็นที่ทราบ

ทอร์นาโดทูเพโล-เกนส์วิลล์ (Tupelo-Gainesville Tornado)

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: Mississippi Encyclopedia

ทอร์นาโดทูเพโล-เกนส์วิลล์ที่ทรงพลังคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 450 คน แต่จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดที่แน่ชัดยังไม่เป็นที่ทราบ เมืองทูเพโลในรัฐมิสซิสซิปปีเป็นแห่งแรกที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติเมื่อวันที่ 5 เมษายน 1936 ครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 203 คน และบาดเจ็บ 1,600 คน การระบุจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บที่แน่นอนเป็นเรื่องยาก เพราะหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไม่ได้เผยแพร่ข้อมูลผู้ประสบภัยในกลุ่มประชากรผิวดำ ที่น่าสนใจคือ หนึ่งในผู้รอดชีวิตคือ Elvis Presley ซึ่งในเวลานั้นมีอายุเพียงหนึ่งขวบ

วันต่อมา ลมหมุนลูกนี้เคลื่อนผ่านรัฐแอละแบมาไปยังเมืองเกนส์วิลล์ รัฐจอร์เจีย พายุพุ่งเข้าสู่เมืองและทำลายอาคารโรงงาน Cooper Pants คนงานโรงงาน 70 คนเสียชีวิต ส่วนอีก 40 คนไม่มีใครพบร่างเลย โดยรวมมีผู้เสียชีวิตในเกนส์วิลล์อย่างน้อย 216 คน และความเสียหายต่อรัฐคิดเป็นเงิน 13 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับ 200 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน

ทอร์นาโดในปากีสถานตะวันออก

ในปี 1969 เมื่อเมืองธากายังอยู่ในเขตอำนาจของปากีสถาน ไม่ใช่บังกลาเทศ ทอร์นาโดที่น่าสะพรึงกลัวลูกหนึ่งพัดผ่านเขตชานเมืองที่มีประชากรหนาแน่นทางตะวันออกเฉียงเหนือ คร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 660 คน และมีผู้บาดเจ็บถึง 4,000 คน แต่แม้โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะน่าสะพรึงเพียงใด มันก็เป็นเพียงหนึ่งในสองทอร์นาโดร้ายแรงที่พัดถล่มบังกลาเทศเมื่อวันที่ 14 เมษายน 1969 เพราะในวันเดียวกันนั้น ทอร์นาโดลูกที่สองก็ก่อตัวขึ้นในเขตโกมิลลาของจิตตะกอง บังกลาเทศ เดิมทีทอร์นาโดทั้งสองลูกเป็นส่วนหนึ่งของระบบพายุเดียวกัน แต่ภายหลังแยกตัวออกจากกัน เมื่อพิจารณาจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด (883 คน) จากทอร์นาโดสองลูกนี้ วันนั้นจึงเป็นหนึ่งในวันที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก

ทอร์นาโดเซนต์หลุยส์ - อีสต์เซนต์หลุยส์

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

ที่มาของภาพ: Wikipedia

ทอร์นาโดลูกนี้คร่าชีวิตผู้คน 255 คน และทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน อาคารเกือบ 9,000 หลังได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายจนสิ้น จำนวนผู้เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1896 ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เพราะร่างผู้เสียชีวิตหลายรายถูกพัดลงแม่น้ำและไม่เคยถูกพบ งวงทอร์นาโดมีความกว้างประมาณ 1 ไมล์ และความเร็วลมสูงถึง 80 ไมล์/ชม. แรงปะทะหลักตกอยู่ที่เมืองเซนต์หลุยส์ เมืองเอกของรัฐมิสซูรี และพายุยังส่งผลกระทบต่อเมืองอีสต์เซนต์หลุยส์ (รัฐอิลลินอยส์) ที่อยู่ใกล้เคียงด้วย

เหตุทอร์นาโดถล่มหลายลูกในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา

what-does-radar-confirmed-tornado-mean

เมื่อวันที่ 9 เมษายน 1947 ทอร์นาโดหลายลูกพัดถล่มรัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ได้แก่ เท็กซัส โอคลาโฮมา และแคนซัส ลูกที่สร้างความเสียหายมากที่สุดคือทอร์นาโดเกลเซียร์-ฮิกกินส์-วูดวาร์ด (ตั้งชื่อตามเมืองที่มันทำลาย) มันเคลื่อนตัวไปกว่า 150 ไมล์ คร่าชีวิตผู้คน 181 คนตามเส้นทาง และทำให้มีผู้บาดเจ็บเกือบหนึ่งพันคน

พายุพัดถล่มเมืองเล็ก ๆ ชื่อเกลเซียร์ในรัฐเท็กซัสก่อน ข่าวท้องถิ่นรายงานถึงคนสองคนที่อยู่ในบริเวณนั้นตอนที่ทอร์นาโดพัดเข้ามา ภัยพิบัติเหวี่ยงทั้งสองแยกจากกันไปไกลราวสามไมล์ เกลเซียร์ถูกทำลายไปเกือบทั้งเมือง เช่นเดียวกับพื้นที่ส่วนใหญ่ของฮิกกินส์ ความเร็วสูงสุดในเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ที่ราว 50 ไมล์/ชม. และความกว้างเฉลี่ยของงวงพายุอยู่ที่ 1.2 ไมล์

บทสรุป

แม้ทอร์นาโดส่วนใหญ่ที่กล่าวถึงข้างต้นจะเกิดขึ้นเมื่อนานมาแล้ว แต่พายุที่สร้างความเสียหายรุนแรงก็ยังเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก นี่คือสามขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้คุณปลอดภัยเมื่อเจอภัยธรรมชาติเหล่านี้:

  1. เตรียมพร้อมไว้เสมอ จัดชุดอุปกรณ์ฉุกเฉินที่มีน้ำ ยา และอาหาร ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าถึงอินเทอร์เน็ต Weather Channel และการแจ้งเตือนของ National Weather Service ได้ และเปิดใช้งานการแจ้งเตือนเหล่านั้นในแอป RainViewer เพื่อรับการแจ้งเตือนบนสมาร์ตโฟนได้โดยตรง
  2. เฝ้าติดตามสภาพอากาศ หากคุณสังเกตเห็นสภาพอากาศที่ไม่ปกติ เช่น ท้องฟ้ามืดหรือเป็นสีเขียว เมฆที่ลอยต่ำ เสียงคำรามกึกก้อง หรือลูกเห็บขนาดใหญ่ ให้หาที่หลบภัยทันที
  3. รู้ว่าที่หลบภัยที่ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหน หากบ้านของคุณมีห้องใต้ดิน นั่นคือที่หลบภัยที่ดีที่สุด

ขอให้ปลอดภัย และอย่าละเลยการแจ้งเตือน!

สำรวจบทความอื่นๆ
โลโก้ RainViewer RainViewer