น้ำท่วมฉับพลันภาคใต้: ทำไมน้ำมาเร็วกว่าที่คิด

น้ำท่วมฉับพลันภาคใต้: ทำไมน้ำมาเร็วกว่าที่คิด | RainViewer Blog

น้ำท่วมฉับพลันที่หาดใหญ่เมื่อพฤศจิกายน 2568 เริ่มจากตัวเลขหนึ่งตัว คือฝน 335 มิลลิเมตรในวันเดียว เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน และเมื่อรวมสามวันตั้งแต่วันที่ 19 ถึง 21 ปริมาณฝนสูงถึง 630 มิลลิเมตร ตามข้อมูลของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ปริมาณนี้เกินกว่าที่ระบบคลองของเมืองรับได้

เรดาร์ RainViewer เหนือหาดใหญ่และสงขลา แสดงกลุ่มฝนหนักรอบเมืองและวงรัศมีของตำแหน่งที่บันทึกไว้

น้ำท่วมฉับพลันคืออะไร

น้ำท่วมฉับพลันคือน้ำท่วมที่เกิดขึ้นเร็ว โดยมีช่วงเวลาระหว่างฝนตกกับน้ำเริ่มท่วมน้อยกว่า 6 ชั่วโมง ต่างจากน้ำท่วมขังที่ค่อย ๆ สะสมเป็นวัน ในภาษาไทยมักเรียกน้ำที่ไหลลงจากเชิงเขาอย่างรวดเร็วว่าน้ำป่าไหลหลาก

น้ำท่วมฉับพลันต้องมีองค์ประกอบสามอย่างมาบรรจบกัน อย่างแรกคือฝนตกหนักในเวลาสั้น อย่างที่สองคือพื้นดินที่ลาดชันหรืออิ่มน้ำจนน้ำซึมไม่ทัน อย่างที่สามคือลำน้ำสายสั้นที่รับน้ำจากพื้นที่กว้างกว่าที่มันจะระบายได้ เมื่อขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ฝนหนักอาจทำให้ถนนเปียกเท่านั้น เมื่อครบทั้งสามอย่าง ระดับน้ำจะขึ้นเร็วมาก

น้ำท่วมฉับพลันหมายถึงน้ำท่วมที่มีช่วงเวลาระหว่างฝนตกกับน้ำเริ่มท่วมน้อยกว่า 6 ชั่วโมง

ทำไมภาคใต้เจอน้ำท่วมฉับพลันบ่อย

ภาคใต้ของไทยมีชายฝั่งสองด้านที่ฝนตกไม่พร้อมกัน ฝั่งอันดามันมีฝนสูงสุดในเดือนกันยายน ส่วนฝั่งอ่าวไทยมีฝนสูงสุดช่วงพฤศจิกายนถึงมกราคม ตามฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พื้นที่ส่วนใหญ่ของภาคใต้ได้ฝนเฉลี่ย 1,200 ถึง 1,600 มิลลิเมตรต่อปี แต่ภูเขาด้านรับลมได้มากกว่านั้นมาก จังหวัดระนองมีฝนเกิน 4,500 มิลลิเมตรต่อปี

ผลคือฝนหนักของฝั่งอ่าวไทยตกลงบนพื้นดินที่ชื้นอยู่แล้ว น้ำซึมลงดินได้น้อยลงและไหลลงคลองมากขึ้น ยิ่งฝนตกซ้ำหลายวัน ระบบระบายน้ำยิ่งมีที่ว่างเหลือน้อยลง

ในเมืองยังมีปัจจัยเพิ่มอีกอย่าง ถนน อาคาร และพื้นคอนกรีตทำให้น้ำซึมลงดินไม่ได้ น้ำที่ตกลงมาจึงไหลลงท่อและคลองเกือบทั้งหมด ยิ่งเมืองขยายตัว ปริมาณน้ำที่ไหลลงคลองในเวลาเท่ากันยิ่งสูงขึ้น

หาดใหญ่ 2568: น้ำมาเป็นสามระลอก

ตามรายงานของ The Nation น้ำเข้าเมืองหาดใหญ่เป็นสามระลอก ระลอกแรกในตอนเช้ามาจากคลองสายย่อยทางด้านตะวันออก ระลอกที่สองในตอนบ่ายมาจากพื้นที่สูง และระลอกที่สามในตอนเย็นเป็นน้ำปริมาณมหาศาลจากคลองอู่ตะเภา ระบบคลองของเมืองต้องรับน้ำจากลุ่มน้ำย่อยสามสายพร้อมกันจนเกินกำลัง ระดับน้ำในบางพื้นที่สูงถึง 2 เมตร

บทเรียนคือเวลาที่ฝนตกกับเวลาที่น้ำมาถึงไม่ใช่เวลาเดียวกัน ฝนที่ตกบนพื้นที่สูงหรือต้นน้ำใช้เวลาไหลลงมา และแต่ละลุ่มน้ำย่อยส่งน้ำมาถึงเมืองไม่พร้อมกัน ท้องฟ้าเหนือเมืองที่เริ่มสงบลงจึงไม่ได้แปลว่าน้ำหยุดขึ้น

อ่านสัญญาณก่อนน้ำมา

ดูปริมาณฝนสะสม ไม่ใช่ความแรงของฝนตอนนี้เพียงอย่างเดียว ฝน 630 มิลลิเมตรในสามวันมาจากฝนที่ตกต่อเนื่อง ปริมาณสะสมบอกว่าดินและคลองรับน้ำมาแล้วเท่าไร

ดูตำแหน่งฝนเหนือต้นน้ำ ฝนที่ตกบนเนินเขารอบเมืองไหลลงมาถึงเมืองภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้ฟ้าเหนือบ้านคุณยังไม่มืด

ดูการเคลื่อนที่ของกลุ่มฝน เรดาร์แบบแอนิเมชันแสดงว่ากลุ่มฝนกำลังผ่านไปหรือวนซ้ำเหนือพื้นที่เดิม รูปแบบที่วนซ้ำคือรูปแบบที่ทำให้ฝนสะสมเร็วที่สุด

RainViewer แสดงปริมาณฝนสะสมของทุกตำแหน่งบนแผนที่ในช่วงเวลาที่เลือกได้ตั้งแต่ 1 ถึง 48 ชั่วโมงย้อนหลัง พร้อมตัวเลขปริมาณฝนและระดับความแรงของจุดที่แตะ

ปริมาณฝนสะสมบอกว่าฝนตกไปแล้วเท่าไร ไม่ได้บอกระดับน้ำในคลอง ประกาศจากหน่วยงานทางการยังเป็นข้อมูลหลักสำหรับการตัดสินใจอพยพ

ตัดสินใจจากข้อมูลฝนจริง

น้ำท่วมฉับพลันไม่เหลือเวลาให้ค้นหาข้อมูลเมื่อน้ำมาถึงหน้าบ้านแล้ว สิ่งที่ทำได้คือดูฝนสะสมและตำแหน่งกลุ่มฝนล่วงหน้าเป็นชั่วโมง RainViewer อัปเดตข้อมูลเรดาร์ทุก 5 นาที จึงเห็นได้ว่ากลุ่มฝนกำลังเข้าใกล้หรือกำลังผ่านไป

สำรวจบทความอื่นๆ
โลโก้ RainViewer RainViewer